แนวคิดการทำเกษตร ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

แนวคิดการทำเกษตร ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

แนวคิดการทำเกษตรกรรมยั่งยืนของชุมชนแม่ทา นายพัฒน์อภัยมูล แกนนำเกษตรยั่งยืนของบ้านแม่ทา ได้ปรับเปลี่ยนจากวิถีการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาสู่วิถีการเกษตรแบบยั่งยืน โดยเริ่มกระบวนการปรับเปลี่ยนในช่วงปี พ.ศ. 2529 ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี จึงประสบผลสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน ทำให้ปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบยั่งยืนเพิ่มขึ้น เกิดเครือข่ายในการเรียนรู้ร่วมกัน มีการลองผิดลองถูก การเรียนรู้จากผู้อื่น และร่วมกันดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน

เกษตรกรชุมชนแม่ทาได้ทบทวนวิถีการผลิต โดยเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงตนเองในการทำเกษตรแบบพออยู่พอกิน เมื่อเหลือกินจึงนำไปจำหน่ายในราคาพอประมาณ เพราะต้นทุนในการผลิตต่ำลงความสุขเกิดขึ้นจากครอบครัวมีกิน ต่อมาได้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกรในชุมชนเพื่อตั้งกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษแม่ทาโดยกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 4 ประการ คือ

1. เพื่อส่งเสริมการผลิต และเครือข่ายผู้ผลิตพืชผักปลอดสารพิษ ทั้งในระดับชุมชน และภูมิภาคให้เป็นจริง และเข้มแข็ง
2. เพื่อส่งเสริมการบริโภคพืชผักปลอดสารพิษ ทั้งผู้บริโภคในชนบท และในเมือง
3. เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศ และความสมดุลทางธรรมชาติ
4. เพื่อเผยแพร่และรณรงค์ข้อมูลข่าวสารให้กับสังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอันตรายจากสารพิษตกค้าง

ผลผลิตของกลุ่ม สมาชิกจะจำหน่ายในหมู่บ้านส่วนหนึ่ง อีกสองส่วนจะจัดส่งไปจำหน่ายในเมืองเชียงใหม่ผ่านศูนย์อิ่มบุญ และส่งไปจำหน่ายในกรุงเทพฯ ผ่านร้านกรีนเนท กลุ่มฯ ได้แก้ปัญหาด้านราคาสินค้าที่สูงกว่าพืชผักทั่วไป โดยการพยายามทำความเข้าใจกับผู้บริโภค เกี่ยวกับภาระต้นทุนของการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต การฟื้นฟูทุนชีวิต และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรของชุมชน ซึ่งสะท้อนสู่ทรัพยากรของโลกอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นกลุ่มฯได้ทำการตลาดร่วมกับศูนย์อิ่มบุญ มีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้ผลิตได้พบปะกับผู้บริโภค การเยี่ยมชมแปลงของเกษตรกร เพื่อก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค รวมถึงการเรียนรู้ชีวิตของเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกิจกรรมดังกล่าวส่งผลให้เกิด “ชมรมผู้บริโภค” ที่เข้าใจและสนับสนุนกิจกรรมในการขยายการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษ และการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้กลุ่มมีกำลังใจและเกิดความเชื่อมั่นในการพัฒนาต่อไป

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชนแม่ทา จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นการทำเกษตรยั่งยืนคืนสู่วิถีแห่งความพอเพียง โดยอาศัยกระบวนการทางสังคมภายในชุมชน ก่อให้เกิดการเรียนรู้ว่าเกษตรยั่งยืนคือ ระบบเกษตรกรรมที่อยู่บนระบบศีลธรรม เป็นมิตรกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีคิดและวิถีชีวิตของคนไทย ทำให้พึ่งพาตนเองได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เดิมเป็นต้นทุนการผลิต โดยใช้เงินลงทุนน้อยลง และมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยชุมชนแม่ทาตระหนักถึงการสร้างเครือข่ายกลุ่มเพื่อหนุนเสริมซึ่งกันและกัน ทั้งเรื่ององค์ความรู้การบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ โดยการเชื่อมโยงกลุ่มจำเป็นที่จะต้องเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกชุมชน ทำให้เกิดการพัฒนากลุ่มจนกลายมาเป็นสถาบันพัฒนาทรัพยากรและเกษตรยั่งยืน ซึ่งเป็นหน่วยจัดการความรู้ของชุมชน

ที่มา : สถาบันพัฒนาทรัพยากรและเกษตรยั่งยืนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม

บทความที่เกี่ยวข้อง